GAC Group ทำยอดขายเดือนเมษายน 2026 ยอดขาย 120,960 คัน พร้อมทุบสถิติส่งออก 4 เดือนแรก
ทะลุ 7 หมื่นคัน โตพุ่ง 133.9% ตอกย้ำความสำเร็จกลยุทธ์ One GAC 2.0 ทั่วโลก

กวางโจว, สาธารณรัฐประชาชนจีน (6 พฤษภาคม 2569) - GAC Group ประกาศผลการดำเนินงานในเดือนเมษายน 2569 ด้วยยอดจำหน่ายรถยนต์ทั้งกลุ่มรวม 120,960 คัน เพิ่มขึ้น 3.88% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน พร้อมประกาศความสำเร็จในตลาดต่างประเทศช่วง 4 เดือนแรกของปี (มกราคม–เมษายน) ด้วยยอดส่งออกรวม 70,474 คัน เติบโต 133.9% สะท้อนความแข็งแกร่งของกลยุทธ์ "One GAC 2.0" ที่มุ่งขับเคลื่อนการเติบโตอย่างมีคุณภาพในระดับโลก
ในด้านภาพรวมยอดขายทั้งกลุ่มบริษัท GAC Group มียอดจำหน่ายรถยนต์ประจำเดือนเมษายน 2569 รวม 120,960 คัน เพิ่มขึ้น 3.88% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเป็นยอดจำหน่ายจากกลุ่มแบรนด์ GAC ที่ทำได้ถึง 58,845 คัน เติบโตสูงถึง 22.44% ขณะที่ยอดขายสะสม 4 เดือนแรก (มกราคม–เมษายน) ทะลุ 500,000 คัน เติบโต 2.74% โดยได้รับแรงขับเคลื่อนจาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของกลุ่มแบรนด์ GAC, ยอดขายที่เพิ่มขึ้นจากแบรนด์ร่วมทุนในประเทศจีน (Joint Venture) และการขยายตัวอย่างรวดเร็วในตลาดต่างประเทศ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงทิศทางการเติบโตที่ดีอย่างต่อเนื่อง

เมื่อพิจารณาในรายละเอียดของแต่ละแบรนด์ พบว่า GAC AION มียอดขายในเดือนเมษายนสูงถึง 38,034 คัน เพิ่มขึ้น 62.48% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ GAC Trumpchi ทำยอดขายในเดือนเมษายนได้ 20,811 คัน ส่งผลให้ทั้งสองแบรนด์มีอัตราการเติบโตในช่วง 4 เดือนแรกที่ 59.04% และ 20.29% ตามลำดับ ขณะที่ GAC Toyota เติบโต 8.51% และ GAC Honda มียอดขายสะสมตลอดประวัติศาสตร์ทะลุระดับ 11 ล้านคัน ตอกย้ำความเชื่อมั่นจากผู้บริโภคในตลาดที่หลากหลาย
ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญของ GAC Group ภายใต้กลยุทธ์ดังกล่าว โดยในงาน Bangkok International Motor Show ที่ผ่านมา GAC สร้างยอดจองได้ถึง 6,287 คัน ตอกย้ำกระแสตอบรับที่แข็งแกร่งจากผู้บริโภคชาวไทย

ขณะเดียวกัน GAC AION UT ในฐานะรถยนต์รุ่นกลยุทธ์ระดับโลก ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องในไทย และสามารถทำยอดจำหน่ายติดอันดับ Top 3 ในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าประเภทแฮทช์แบ็ก (Electric Hatchback) ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า GAC ไม่ได้เพียงแค่เข้ามาจำหน่ายรถยนต์เท่านั้น แต่ยังประสบความสำเร็จในการเข้าไปนั่งในใจของผู้บริโภคชาวไทย ผ่านการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ผสมผสานทั้งนวัตกรรมและความคุ้มค่าไว้อย่างลงตัว
.jpg)
ปัจจุบัน GAC Group ยังสร้างผลงานอันยอดเยี่ยมในระดับสากลและภูมิภาคต่าง ๆ ครอบคลุมทั้งเอเชียแปซิฟิก ออสเตรเลีย อเมริกา และยุโรป ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพการแข่งขันในระดับโลก โดยมีรายละเอียดผลการดำเนินงานที่น่าสนใจในภูมิภาคต่าง ๆ ดังนี้:
- เอเชียแปซิฟิก: ประเทศไทยถือเป็นตลาดหลักที่สร้างรากฐานความสำเร็จอย่างมั่นคง ด้วยยอดขายรถยนต์ในประเทศไทยที่สูงถึง 15,000 คัน ซึ่งความแข็งแกร่งนี้ได้ส่งแรงขับเคลื่อนให้ตลาดอื่น ๆ ในภูมิภาคเติบโตอย่างก้าวกระโดดในทิศทางเดียวกัน อาทิ มาเลเซียที่มียอดขายเพิ่มขึ้น 900%, อินโดนีเซีย 338% และฮ่องกง 503% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า (YoY)
- ออสเตรเลีย: ประสบความสำเร็จในการประกาศเปิดตัวรถยนต์รุ่น GAC AION UT อย่างเป็นทางการ โดยสามารถกวาดยอดพรีออเดอร์ทะลุ 600 คัน ภายในเดือนแรกที่เปิดรับจอง

- ยุโรป: GAC Group ได้ประกาศความพร้อมในการรุกตลาดอิตาลีด้วยการเปิดตัว GAC AION UT ที่เมืองมิลาน พร้อมสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งผ่านความร่วมมือกับ Magna Steyr บริษัทผู้รับจ้างผลิตรถยนต์ชื่อดังในประเทศออสเตรีย เพื่อผลิตรถยนต์รุ่น GAC AION V และ GAC AION UT ภายใต้แนวคิด "In Europe, For Europe" เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ในยุโรปโดยเฉพาะ

- อเมริกา: GAC ประสบความสำเร็จอย่างสูงในอุรุกวัย โดยมียอดขายเติบโตขึ้น 775% และโคลอมเบียโตขึ้น 1,007% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า (YoY) พร้อมเสริมสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ผ่านกลยุทธ์สปอร์ตมาร์เก็ตติ้ง ด้วยการสนับสนุนสโมสรฟุตบอลชั้นนำในบราซิล โคลอมเบีย และโบลิเวีย

ในภาพรวม GAC Group ยังคงรุกตลาดต่างประเทศเพื่อสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่มียอดจำหน่ายเติบโตขึ้นอย่างโดดเด่น ภายใต้ยุทธศาสตร์ที่ผสานเทคโนโลยีล้ำสมัย นวัตกรรม และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะของแต่ละตลาดได้อย่างลงตัว ล่าสุด GAC International ได้ประกาศแผนยุทธศาสตร์ปี 2030 ในงาน Beijing Auto Show ที่ผ่านมา โดยตั้งเป้าหมายขยายการดำเนินงานครอบคลุม 120 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก พร้อมจัดตั้งเครือข่ายศูนย์บริการและจุดจำหน่ายกว่า 2,000 แห่ง เพื่อบรรลุยอดจำหน่ายในต่างประเทศสะสม 1 ล้านคันต่อปี ภายใต้การขับเคลื่อนของ 3 แบรนด์หลัก ได้แก่ GAC, AION และ HYPTEC และด้วยรถยนต์พลังงานใหม่ของ GAC ที่ครอบคลุมทุกความต้องการของลูกค้า ทั้ง BEV (รถยนต์ไฟฟ้า 100%), PHEV (ปลั๊กอินไฮบริด) และ EREV (รถยนต์ไฟฟ้าขยายระยะ) GAC Group พร้อมแล้วที่จะนำพาผู้บริโภคทั่วโลกก้าวสู่ยุคสมัยใหม่แห่งการเดินทางที่ชาญฉลาด ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ผู้ที่สนใจสามารถสัมผัสและทดลองขับรถยนต์พลังงานใหม่จาก GAC ได้ที่โชว์รูมทั่วประเทศ
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ https://www.gacgroup.com/th-th
และลงทะเบียนทดลองขับล่วงหน้าได้ที่ https://www.gacgroup.com/th-th/test-drive




