GAC Thailand

America
Europe
Other Countries and Regions
Partner Site
< กลับ

GAC International จับมือ Grab ลงนามความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ รุกตลาดอีวีเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งเป้าส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้า 20,000 คัน

GAC International จับมือ Grab ลงนามความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ รุกตลาดอีวีเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งเป้าส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้า 20,000 คัน

 

GAC International และ Grab แพลตฟอร์มชั้นนำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประกาศสร้างพันธมิตรเชิงกลยุทธ์อย่างเป็นทางการ ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นก้าวย่างสำคัญภายใต้ยุทธศาสตร์ “Tech-Driven GAC, Advancing Global Reach with a Full-Chain Ecosystem” ซึ่งเป็นการปรับเปลี่ยนบทบาทของ GAC จากเพียงผู้ผลิตและส่งออกยานยนต์ สู่การเป็นผู้ให้บริการระบบนิเวศการเดินทางแบบครบวงจร ทั้งในด้าน “ผลิตภัณฑ์, บริการ, ข้อมูล” (Product + Service + Data) ในระดับสากล

 

การลงนามในครั้งนี้ได้รับเกียรติจากผู้บริหารระดับสูงของ GAC และ Grab เข้าร่วมเป็นสักขีพยาน นำโดย คุณเซี่ย เซี่ยนชิง (Xia Xianqing) ประธาน GAC Group, คุณแจ็ค เฉิน (Jack Chen) รองประธาน GAC Group และประธานกรรมการ GAC INTERNATIONAL, คุณเว่ย ไห่กัง (Wei Haigang) ประธาน GAC INTERNATIONAL, คุณติง ตง (Ding Dong) ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจต่างประเทศของ GAC Group, คุณหวัง ซุ่นเซิง (Wang Shunsheng) รองประธาน GAC INTERNATIONAL และผู้อำนวยการประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ตะวันออกกลาง และแอฟริกา, พร้อมด้วย คุณฟิลิป คันดัล (Philipp Kandal) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์และกรรมการบริหารของ Grab และคุณดีแลน ชูน (Dylan Choon) ผู้จัดการภูมิภาคฝ่ายพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ของ Grab

 

มุ่งเป้าส่งมอบอีวี 20,000 คัน ครอบคลุม 6 ประเทศในอาเซียน

ภายใต้ข้อตกลงนี้ GAC ตั้งเป้าส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้า จำนวน 20,000 คัน เข้าสู่ระบบของ Grab ภายในระยะเวลา 2 ปี โดยจะครอบคลุมตลาดหลัก 6 ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ ไทย, สิงคโปร์, มาเลเซีย, อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม เพื่อร่วมขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่การเดินทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Mobility) อย่างเป็นรูปธรรม โดยในประเทศไทย GAC AION Thailand ได้ผนึกกำลังกับ Grab Thailand ขับเคลื่อนขนส่งสาธารณะไทยสู่ “Green Mobility” ภายใต้แนวคิด “Change = Chance” ด้วยการผลักดันการใช้พลังงานสะอาดอย่างเป็นรูปธรรม

 

ความร่วมมือครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาค โดยรายงานจากทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ระบุว่ายอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในปี 2567 เพิ่มขึ้นเกือบ 50% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่ง GAC เล็งเห็นว่าภูมิภาคนี้ไม่เพียงแต่เป็นตลาดส่งออกที่สำคัญ แต่ยังเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ในการแสดงศักยภาพด้านเทคโนโลยีและห่วงโซ่อุปทานที่ครบวงจรของแบรนด์

 

ยกระดับประสบการณ์การขับขี่ผ่านเทคโนโลยีอัจฉริยะ

หัวใจสำคัญของความร่วมมือครั้งนี้คือการผสานเทคโนโลยีล้ำสมัยของ GAC เข้ากับโครงข่ายการเดินทางของ Grab โดยทั้งสองฝ่ายเตรียมพัฒนาการเชื่อมต่อระบบเข้าด้วยกัน อาทิ:

  • Intelligent Cockpit Integration: การบูรณาการแอปพลิเคชัน Grab Driver เข้ากับระบบของ GAC
  • Operational Efficiency: เพิ่มประสิทธิภาพการรับงานของผู้ขับขี่และยกระดับความปลอดภัยในการขับขี่
  • After-sales Innovation: ร่วมกันพัฒนานวัตกรรมระบบสนับสนุนหลังการขาย เพื่อมอบประสบการณ์การเดินทางที่สมบูรณ์แบบแก่ทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร

 

รุกตลาดด้วยรถยนต์ไฟฟ้า 3 รุ่น ตอบโจทย์การใช้งานเชิงพาณิชย์

เพื่อให้ครอบคลุมความต้องการที่หลากหลาย GAC AION ได้เตรียมส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้า 3 รุ่นหลักเข้าสู่ระบบนิเวศของ Grab โดยการคัดเลือกทัพยานยนต์ในครั้งนี้เกิดจากการวิเคราะห์และทำความเข้าใจความต้องการที่หลากหลายของตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อนำเสนอโซลูชันการเดินทางที่ตอบโจทย์ที่สุด

  • GAC AION Y Plus: รถยนต์ไฟฟ้าที่ได้รับความนิยมสูงสุดในไทย โดดเด่นด้วยพื้นที่ภายในกว้างขวางเทียบเท่ารถเอสยูวีขนาดใหญ่ และดีไซน์ที่ทันสมัย เหมาะสำหรับการให้บริการรับส่งผู้โดยสารที่เน้นความสะดวกสบาย
  • GAC AION ES: ซีดานไฟฟ้าที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานเชิงพาณิชย์โดยเฉพาะ มีจุดเด่นด้านความทนทาน ประสิทธิภาพการใช้พลังงานที่คุ้มค่า และได้รับความไว้วางใจอย่างสูงในกลุ่มผู้ขับขี่รถสาธารณะไฟฟ้า
  • GAC AION V: พรีเมียมเอสยูวีที่การันตีความปลอดภัยระดับ 5 ดาวจาก Euro NCAP มาพร้อมเทคโนโลยีการขับขี่ที่ล้ำสมัยและระยะทางวิ่งที่ไกลกว่าเดิม เพื่อยกระดับภาพลักษณ์การให้บริการที่สะดวกสบายในระดับพรีเมียม

 

ก้าวสำคัญสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน

ความร่วมมือระหว่าง GAC International และ Grab ในครั้งนี้ จะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในภาคการขนส่งของภูมิภาคได้อย่างมีนัยสำคัญ สอดคล้องกับเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนในระดับสากล โดยในอนาคต GAC และ Grab จะยังคงเดินหน้าขยายความร่วมมือในด้านโครงสร้างพื้นฐานการชาร์จ การวิเคราะห์ข้อมูล และเครือข่ายบริการหลังการขาย เพื่อสร้างระบบนิเวศการเดินทางอัจฉริยะที่ยั่งยืนต่อไป